เตรียมของบรัฐ 1,200 ล้านบาท แก้ปัญหากว้านซื้อที่ดิน 3 จว.ใต้

‘เตรียมของบรัฐ 1,200 ล้านบาท แก้ปัญหากว้านซื้อที่ดิน 3 จว.ใต้

กอ.รมน.ทำเรื่องเสนอรัฐบาลของบประมาณรับซื้อและจำนำที่ดิน จำนวน 1,200 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการกว้านซื้อในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใตh

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยว่า ตอนนี้กองทัพมีความเป็นห่วงเรื่องการกว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก จึงมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทำเรื่องของบ 1,200 ล้านบาท ตามแผนรับซื้อและจำนำที่ดิน เพื่อเสนอรัฐบาล แต่เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

ทั้งนี้ด้านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานโครงการงบประมาณในการรับซื้อจำนำและจำนองที่ดิน โดยจะดำเนินการในลักษณะที่ไม่ได้ขายขาดและมีดอกเบี้ยต่ำ และเมื่อเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ ก็สามารถมาไถ่ถอนกลับคืนได้ นอกจากนี้ยังพบว่าสถิติการย้ายเข้าออกของชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าย้ายเข้ามากกว่าย้ายออก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) กล่าวว่า ตอนนี้ศูนย์ประสานงานอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ ได้รับแจ้งมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งออกมากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่เหมือนกัน แต่ก็ได้จัดชุดหน่วยเฉพาะกิจลงพื้นที่ไปสำรวจ พบว่ามีการกว้านซื้อจริงแต่จำนวนยังไม่มาก ประมาณ 100-200 ไร่ ซึ่งตอนนี้ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ส.ว.จี้ รัฐเลิกสั่งซื้อแท็บเล็ต ย้ำไม่ช่วยพัฒนาสมองเด็ก

‘รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมวุฒิสภาที่รัฐสภา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรีได้หารือเกี่ยวกับแท็บเล็ตที่แจกให้กับเด็ก ป.1 ว่าให้คุณหรือโทษกับเยาวชนไทย สำหรับการแจกแท็บเล็ตเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลตามที่ได้หาเสียงไว้ ด้วยงบประมาณนับพันๆ ล้านบาท ถึงแม้จะมีการท้วงติงว่าผิดสเปก ความสมบูรณ์ของเครื่องว่ามีปัญหามากมายแต่รัฐบาลก็ไม่ฟัง

ทั้งนี้ พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง และนายกสมาคมนักวิจัยไทยเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ระบุว่า แท็บเล็ตไม่ได้เติมเต็มกระบวนการเรียนรู้เลย เพราะเด็กต้องผ่านการสัมผัสทั้งหก ดังนั้นหาก รมว.ศึกษาธิการ บอกว่า จะซื้อแท็บเล็ตอีก 7 แสนเครื่องแจกให้เด็ก ม.1 ตนไม่เห็นด้วยและอยากบอกให้หยุดความคิดนี้เถอะ ถ้ายังอยากเห็นเด็กไทยมีการพัฒนามากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา ได้กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า จากการเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดตนได้พบปัญหาการใช้แท็บเล็ตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปลั๊กไฟสำหรับเสียบแท็บเล็ตในห้องเรียนไม่พอ เครื่องเสียยังไม่มีกระบวนการดูแลรับผิดชอบ หรือเด็กนักเรียนในบางโรงเรียนถูกไฟช็อต ตนจึงขอฝากไปยังรัฐบาลให้คิดทบทวนการสั่งซื้อแท็บเล็ตเพิ่ม เพราะแท็บเล็ตมีปัญหาและพัฒนากระบวนการเรียนการสอนไม่ได้

กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินคืนรถคันแรก 1 ต.ค. นี้

‘กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินคืนรถคันแรก 1 ต.ค. นี้

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงการเตรียมการคืนเงินตามโครงการรถยนต์คันแรกว่า ตอนนี้ในข้อมูลจากกรมสรรพสามิตพบว่า ในช่วงเดือนกันยายน มีประชาชนที่จะได้รับเงินคืนในโครงการดังกล่าว ประมาณ 50 คน แต่สำหรับงบเบิกจ่ายที่คืนเงินนั้น ทางกรมสรรพสามิตได้ตั้งงบไว้ในปี2556 ทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท ทำให้การจ่ายเงินคืนครั้งแรกจะทำได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2555

ทั้งนี้รายละเอียดการจ่ายเงินคืนนั้น ทางกรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย หลังจากนั้นทางธนาคารจะโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว โดยที่กรมบัญชีกลางจะแจ้งให้ผู้รับเงินทราบทางเอสเอ็มเอสอีกที สำหรับการโอนเงินนั้น กรมบัญชีกลางจะแบ่งจ่ายเป็น 2 ครั้งต่อเดือน คือ ทุกวันที่ 5 และ 20 ของเดือน ตามรายชื่อที่ได้รับจากกรมสรรพสามิต ซึ่งหากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ได้รับเงินก็สามารถแจ้งปัญหามาที่คอลเซ็นเตอร์ของกรมฯ เพื่อประสานงานกับกรมสรรพสามิตและกรมการขนส่งทางบกต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางยังมีหน้าที่ติดตามเงินคืน ถ้าหากพบว่าประชาชนคนไหนไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์คืนเงิน เนื่องจากมีการโอนเปลี่ยนมือก่อน 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ด้วย

น้ำท่วมขึ้นได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกทุกวัน

คนกรุง’ไม่ค่อยเชื่อมั่น’ รัฐบาลป้องกัน-แก้ไขน้ำท่วมได้
Pic_289547

สวนดุสิตโพลเผย ผลสำรวจกรณีการทดสอบปล่อยน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก พบ ปชช.ค่อนข้างพึงพอใจ เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น แต่ไม่ค่อยมั่นใจรัฐบาลจะป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้…

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ หัวข้อ คนกรุงเทพฯ คิดอย่างไร? กับการทดสอบปล่อยน้ำในพื้นที่ กทม.ของรัฐบาล กรณีการทดสอบปล่อยน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อถามว่า คนกรุงเทพฯ พึงพอใจต่อการทดสอบปล่อยน้ำในพื้นที่ กทม. ของ “รัฐบาล” มากน้อยเพียงใด? พบว่า อันดับ 1 ค่อนข้างพึงพอใจ 38.26% เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจให้กับประชาชนว่ามีการวางแผนในการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ, อันดับ 2 ไม่ค่อยพึงพอใจ 29.50% เพราะอาจส่งผลให้พื้นที่อื่นๆ หรือบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบหรือเกิดน้ำท่วมขึ้นได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกทุกวัน ฯลฯ

อันดับ 3 พึงพอใจมาก 20.83% เพราะแสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญและจริงจังในเรื่องนี้ ฯลฯ และอันดับ 4 ไม่พอใจ 11.41% เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณ ควรทดสอบในพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะแต่กรุงเทพฯ เท่านั้น ฯลฯ

เมื่อถามว่าจากการทดลองปล่อยน้ำครั้งนี้ “รัฐบาล” จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับประชาชนได้มากน้อยเพียงใด? พบว่า อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 31.77% เพราะมีหลายกระแสที่ออกมาคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ ภัยธรรมชาติไม่สามารถควบคุมได้ ฯลฯ, อันดับ 2 ค่อนข้างเชื่อมั่น 30.19% เพราะปริมาณน้ำในปีนี้น่าจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา การเตรียมการต่างๆ มีความพร้อม และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายมากขึ้น ฯลฯ

อันดับ 3 เชื่อมั่นว่าป้องกันและแก้ไขได้ 22.64% เพราะน้ำท่วมที่ผ่านมาเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่รัฐบาลนำมาเป็นแนวทางป้องกัน มีการจัดตั้งทีมทำงานในเรื่องนี้โดยตรง การซ่อมประตูระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง วางระบบระบายน้ำ ฯลฯ และอันดับ 4 ไม่เชื่อมั่น 15.40% เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแค่เพียงการทดสอบ ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีผู้เชี่ยวชาญออกมาให้การยืนยันว่าจะได้ผลจริง ฯลฯ.